HOW LUCKY YOU ARE ? ภาค 2

posted on 24 Mar 2010 21:18 by pangpreaow in FAMILY

                     ความเดิมตอนที่แล้ว ย้ายแม่และสามีจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ

ณ ห้องฉุกเฉิน หมอมาตรวจอาการของแม่และสามี พร้อมทั้งนำสามีไปเอ็กซเรย์

ปรากฎว่า คุณแม่กระดูกแขนหักและแตก ศีรษะกระทบกระเทือนให้นอนดูอาการก่อน

ส่วนที่น่าห่วงคือสามี ผลเอ็กซเรย์ พบว่ากระดูกต้นคอช้ำ กระดูกซี่โครงหักทั้งหมด 13 ซี่

แต่ที่น่าเป็นห่วงคือปอดช้ำมากทั้งสองข้าง ต้องรักษาใน ไอซียู

                   ชา จ้ะ ชา ไม่ใช่ว่าไม่ดื่มกาแฟนะจ๊ะ เอาไงดีวะ แม่ก็อาการไม่ดี สามีอาการก็แย่

โชคดีอีกแล้วจ้า น้าสะใภ้อาสาว่าจะเฝ้าแม่ให้ ไม่ต้องเป็นห่วง ให้เพรียวไปดูแลสามีอย่างไม่

ต้องกังวลกับแม่

                 ที่ห้อง ไอซียู พยาบาลทำการให้น้ำเกลือ ต่อสายระโยงระยางเต็มไปหมด

โดยไม่สามารถนอนค้างเฝ้าไข้ได้นะจ๊ะ แต่สามารถเยี่ยมได้เป็นระยะ ที่ห้องข้างๆมีชาวต่างชาติ

มาเฝ้าญาติเหมือนกัน เห็นว่าท่าทางเพรียวคงแย่มากเลยพูดปลอบใจว่า "IT WILL BE O.K."

เพรียวได้แต่ยิ้มแห้งๆกลับไป  แม่ได้ห้องพักที่ชั้น 11 แต่ ICU อยู่ชั้น 5 ระหว่างนั้นขึ้น-ลง ระหว่าง

ชั้น 5 กับชั้น 11 ทั้งคืน เนื่องจากสามีไม่ยอมให้ใครถูกตัว โดยเฉพาะเวลาปวดฉี่ ทำให้เป็น

กังวลว่าถ้าเค้าปวดฉี่จะไม่ยอมเรียกพยาบาล กับห่วงอาการของแม่ เลยขึ้นๆลงๆทั้งคืนตลอดเวลา

ที่สามีอยู่ ICU

               วันถัดมาเป็นวันเสาร์ สามีคงปวดมาก เกิดอาการท้อแท้บอกว่าไม่ไหวแล้ว ได้ยิน

แล้ว จุก จ้ะ ออกคำสั่ง ณ บัดนั้นเลยว่า "ห้ามท้อนะ จะตายก่อนเพรียวไม่ได้ ถ้าป๊าไม่อยู่แล้ว

เพรียวกับลูกๆจะทำยังไง ไม่รู้แหละยังไงห้ามป๊าตายก่อน เพรียวไม่อนุญาติ" ป้าซึ่งเป็นพี่สาว

ของแม่ และได้มาดูอาการของแม่และสามีตั้งแต่วันเกิดเหตุ บอกว่าไม่อยากให้ลูกๆมาเยี่ยมพ่อ

เพราะไม่อยากให้เด็กๆเห็นพ่อในสภาพแบบนี้ กลัวตกใจ แต่เพรียวไม่สน โทรไปบอกน้องสาวว่า

วันรุ่งขึ้นให้พาเด็กๆมาหาพ่อที่โรงพยาบาลที เพราะไหนๆไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว หากสามีเป็นอะไรไป

อย่างน้อยลูกๆก็ยังได้พบกับพ่อของพวกเค้าเป็นครั้งสุดท้าย กับทั้งบอกลูกๆว่าให้ทำการ์ดให้ป๊าสู้ๆนะ

เพราะป๊าบอกว่าไม่ไหวแล้ว ให้กำลังใจป๊ากันหน่อย

                รุ่งขึ้นน้องสาวพาเด็กๆมาเยี่ยมยายก่อน หลังจากนั้นจึงแอบไปที่ ICU เพื่อเยี่ยมสามี

ลูกๆน่ารักมาก ทำการ์ดให้กำลังใจ กับบอกพ่อของพวกเค้าว่า "ป๊าต้องสู้นะ หายไวๆจะได้กลับบ้าน"

ต่อหน้าพ่อ ทุกคนยิ้มแย้มให้กำลังใจดี แต่พอออกมาข้างนอก ลูกสาว 2 คนเข้าห้องน้ำ เพรียวตาม

เข้าไป ลูกร้องไห้ใหญ่ ถามว่าทำไมป๊าเป็นแบบนี้ ป๊าจะรอดมั๊ย เพรียวที่ไม่ยอมร้องไห้หลังจากได้

เห็นสภาพแม่และสามีในครั้งแรก ถึงกับเขื่อนแตก บอกกับลูกว่าป๊าจะต้องไม่เป็นอะไร เพราะมี๊สั่งป๊า

ไว้แล้วว่าห้ามตายก่อน มี๊ไม่ยอม พวกเราต้องเข้มแข็งและเป็นกำลังใจให้ป๊านะ

               สามีอยู่ ICU ได้ 5 วัน อาการดีขึ้น จึงได้ย้ายขึ้นไปอยู่ชั้นเดียวกับแม่ ส่วนแม่เนื่องจาก

กระดูกหักและแตก ทำให้ต้องผ่าตัดเพื่อใส่เหล็กยึดกระดูกให้ติดกัน สามีอาการปอดช้ำดีขึ้น

กระดูกซี่โครงที่หักไม่สามารถทำอะไรได้ต้องรอให้กระดูกประสานกันเอง ทั้งสองคนอยู่โรงพยาบาล

21 วัน ระหว่างนั้นสามีต้องทำกายภาพบำบัดทุกวัน และหมอตรวจพบว่ากระดูกสันหลังข้อไหนเพรียว

จำไม่ได้ ทรุด (กระดูกสันหลังคนเราปกติจะเป็นทรงสี่เหลี่ยม แต่ของสามีทรุดจนเป็นสามเหลี่ยม)

ทำให้ไม่สามารถยกของหนักได้ (ไม่เกิน 5 กิโล ปัจจุบันนี้ถ้ามีของอะไรหนักๆ(ถึงไม่หนัก)เพรียว

จะเป็นคนยกให้เค้าเอง)ต้องใส่เสื้อเป็นโครงเหล็ก กับเฝือกอ่อนที่คอ แถมด้วย ถ้าหากยังจำกันได้

วันที่เกิดเหตุธนาคารโทรมาแจ้งว่าวงเงินที่ขอกู้ไปนั้นไม่ผ่านการอนุมัติ ธนาคารได้โทรมาแจ้งอีกครั้งว่า

กิจการของที่บ้าน ได้รับเกียรติให้เป็น NPL (หนี้ที่ไม่ทำให้เกิดรายได้) น้ำเน่าชัดๆ บ้านทรายทอง

ยังไม่เน่าเท่านี้ใช่มั๊ยจ๊ะ

                     

                  หลังจากออกจากโรงพยาบาล สามีต้องไปทำกายภาพบำบัดทุกวัน ย้ำ ทุกวัน

แต่บ้านเพรียวไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ และสามีไม่สามารถขับรถได้ ทายซิ ใครกันเอ่ยพาไป เค้าเอง

งานประจำก็ต้องทำ มีงานเสริมเพิ่มมาอีก สบายมากจ้ะ หญิงไทยเก่งอยู่แล้ว (งานเสริมนอกจาก

พาสามีไปทำกายภาพบำบัดแล้ว ยังต้องอาบน้ำแต่งตัวให้อีกด้วยจ้ะ ทำไงได้จ๊ะ รักเค้าไปแล้วนี่นา

แค่นี้ เบ เบ จ้ะ) สถานภาพทางการเงินก็ไม่ได้ดีขึ้นนะจ๊ะ เนื่องจากแม่และสามีเป็นกำลังสำคัญ

ของบริษัท ช่วงที่เกิดอุบัติเหตุทำให้สิ่งต่างๆมันแย่ลง เนื่องจากมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น แต่รายได้น้อยลง

เพราะคนที่หาเงินได้ไม่อยู่ในสภาพที่จะทำอะไรได้ หนี้บานเลยจ้ะ

                 เพรียวอยากจะบอกคนที่กำลังท้อ หรือประสบปัญหาในชีวิตว่า ปัญหาทุกปัญหา

มีทางออกเสมอ ถ้าหาไม่เจอ ตั้งสติจ้ะ อย่างน้อย ก็ออกทางที่มันเข้ามานั่นแหละ บางท่านอาจมี

ปัญหามากกว่าเพรียวก็ได้นะจ๊ะ ท่านใดที่ผ่านมาได้ ขอแสดงความนับถือจ้ะ แต่ท่านใดที่กำลัง

ประสบปัญหาอยู่ ก็ขอส่งกำลังใจให้นะจ๊ะ หรือจะแบ่งปันประสบการณ์กันก็ได้นะจ๊ะยินดีจ้ะ

             ผ่านมาครบ 4 ปีแล้ว สถานการณ์ทางการเงินยังไม่ดีขึ้น แต่ สุขภาพของแม่และสามี

ดีขึ้นถึงแม้จะไม่เต็มร้อย แต่ก็ยังดีที่พวกเค้ายังอยู่กับเพรียวใช่มั๊ยจ๊ะ และคุณล่ะจ๊ะ

                HOW LUCKY YOU ARE ???

***เมื่อเช้าบอกสามีว่าวันนี้ครบ 4 ปีแล้วนะ ได้มา ONE KISS กับ ONION (หอมใหญ่) อีกหลายฟอด

 

                    

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอให้หมดทุกข์หมดโศกหมดโรคหมดภัยค่ะ

#16 By jin on 2011-12-24 09:23

พี่เพรียวทั้งจิตใจดีและเข้มแข็งมากๆๆๆค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้ และเชื่อมั้ยคะว่า คนที่มาอ่านบล๊อกนี้ จะฮึดสู้ขึ้นมาทันที เช่นนิกเป็นต้น เพราะรู้แล้วว่าที่เราเจอน่ะ มันจิ๊บๆ

#15 By Nicky on 2011-12-17 12:09



พี่เพิ่งได้มาอ่านภาค 1-2
ขอบคุณที่นำเรื่องนี้มาเพื่อให้กำลังใจกับเพื่อนๆ
และขอชื่นชมในความเข้มแข็งของน้องเพรียวนะคะ

วันนี้ทุกอย่างคงดีขึ้นตามลำดับbig smile

#14 By Pat on 2011-03-26 05:13

มาเป็นกำลังใจให้พี่เพียว
ขอให้ทุกคนหายไวไว และสุขภาพแข็งแรงนะคะ

สู้ๆคะ พี่เพียว

#13 By finch on 2011-03-25 11:13

Hot!

#12 By MR.MANDIR on 2011-01-29 16:23

ได้กำลังใจแรง ๆ เพียบเลยครับ

ขอส่งกลับให้คุณเพรียวสู้ ๆ ด้วยนะครับ!

#11 By aaax on 2010-11-17 17:58

ไม่มีอะไรจะเมนท์นอกจาก..

You r So strong!!..(and so lucky^^)Hot!

#10 By ' I'm E29AZA ' on 2010-08-07 09:52

นับถือในความเข้มแข็งของคุณเพรียวจริงๆ ค่ะ big smile
โชคร้ายที่ผ่านมา ทำให้ได้เห็นว่าเราโชคดีแค่ไหนที่ทุกคนยังอยู่กันพร้อมหน้า มันคือความโชคดีที่สุดแล้ว big smile
ขอให้เข้มแข็งต่อไปนะคะ และขอให้ทุกคนในครอบครัวมีสุขภาพทั้งกายและใจที่สมบูรณ์แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ big smile

ปล. ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ทำอาหารเก่งนะเนี่ย question
ดีใจด้วยที่ทุกคนปลอดภัยดีและอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

ขอให้รักกันไปนานๆนะฮะ big smile

#8 By -The_Priefy- on 2010-03-29 12:29

วันนี้และวันต่อไป...และทุกวัน....
ขอให้คุณพังเพรียว...เข้มแข็งและเป็นคนเก่ง ที่มีความสุข นะ

#7 By ... on 2010-03-25 13:12

คุณเพรียวเข็มแข็งมากๆ ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าคุณเพรียวเป็นคนที่เข้มแข็งจริงๆ ที่บอกว่ามีสามีที่น่ารัก ผมเองก็มองกลับกันว่า สามีของคุณก็ได้ภรรยาที่เข็มแข็งและสุดยอดมากเช่นกัน
เป็นประสบการณ์ที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนที่กำลังท้อแท้ในชีวิตจริงๆครับ

ขอบคุณที่เข้าไปแวะเวียนที่บล็อกและก็แนะนำเรื่องราวดีๆให้อ่านด้วยนะครับ
big smile

#6 By Galalian Schteiner on 2010-03-25 11:54

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามา
และขอขอบคุณสำหรับคำอวยพรจ้ะ
ทุกวันนี้เพรียวมีความสุขดีตามอัตภาพ
ไม่เครียดจ้ะและไม่เคยน้อยใจในโชคชะตาว่าทำไมเพรียวต้องเป็นแบบนี้ ตั้งความหวังไว้จ้ะ ว่า ต้องมีสักวันที่เป็นวันของเพรียว


big smile big smile big smile

#5 By พังเพรียว on 2010-03-25 11:18

ในความโชคร้ายมักจะมีความโชคดีปนมาด้วยเสมอ
พี่เพรียวเข้มแข็งจัง ถ้าเป็นอาหารตอนนี้คงท้อจนไม่ไหวแล้ว
แอบอิจฉาเล็กที่มีคุณสามาที่น่ารัก
โชคดีอีกเรื่องของพี่เพรียวคือการเจอคนที่ฟ้าประทานให้แล้วจริงๆ

เอ...แล้วเมื่อไหร่ที่อาหารจะเจอบ้างน๊า...

embarrassed embarrassed embarrassed
ก่อนอื่นเลยต้องขอแสดงความยินดีกับเพรียวก่อน
ที่เพรียวเสียแค่ทรัพย์สินและเวลา
แต่ไม่ได้สูญเสียคนที่รักทั้งสองคนไป
สารภาพตามตรงว่าฉันไม่ได้อ่าน ตอนแรก
และงงว่าเพรียวเขียนตอนแรกเมื่อไหร่กันนะ
เพราะฉันเข้ามาเช็คบล็อกเพื่อนๆในเอ็กซ์ทีนทุกวัน
แต่ก็พลาดตอนแรกไปได้อย่างน่าอัศจรรย์
ด้วยความที่กลัวว่าจะอ่านไม่เข้าใจ
เลยย้อนกลับไปอ่านตอนแรกก่อน
และค่อยกลับมาอ่านตอนสอง
บอกตรงๆ เห็นสภาพรถที่เกิดอุบัติเหตุแล้วใจหายมาก
รถพังยับแถบไม่เหลือชิ้นดี ไม่อยากคิดต่อยอดเลย
ว่ายังมีคนอยู่ในรถอีกสองคนในขณะเกิดเหตุ....

ฉันว่าเป็นบุญหนักหนาที่ครอบครัวเพรียวผ่านเรื่องราวแบบนี้มาได้
แม้จะเป็นเวลาถึง ๔ ปีที่ต้องทนกับเรื่องร้ายต่างๆที่ตามมา
แต่ฉันว่ามันคุ้มค่านะเพรียว...เพราะอย่างน้อยที่สุด
นี่คงเป็นบททดสอบที่ดีเยี่ยมระหว่างความรักและความเห็นอกเห็นใจกัน
ระหว่างคนในครอบครัว...ดีใจด้วยที่มีโอกาสได้แสดงความรัก
และดูแลกันในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่..


เพรียวเป็นคนโชคดีจริงๆ จ๊ะ
หมดทุกขลาภ ต่อไปนี้คงพบเจอแต่สิ่งดีๆ รวยๆ เฮงๆ นะsurprised smile

#3 By ไก่เขี่ย on 2010-03-25 09:31

จะเป็นกำลังใจให้นะ
เป็นอาการที่น่าเป็นห่วงจริงๆ

ขอให้หายไวๆ แล้วมาทำอาหารให้ดูอีกนะ

สู้ๆ นะเจ้าคะ สู้ๆbig smile

#2 By minijokerdoll on 2010-03-25 06:37

ยินดีด้วยคะที่ผ่านมาได้นับถือพลังใจและความเข้มแข็งของเพรียว ฝิ่นก็จะพยามก้าวผ่านกับสิ่งที่เผชิญอยู่ให้ได้แม้จะล้าแค่ไหน

#1 By pigton on 2010-03-24 23:21