HOW LUCKY YOU ARE? ภาค 3

posted on 10 Dec 2011 13:01 by pangpreaow in STORIES
ห่างหายไปนานพอสมควร วันนี้มีเรื่องจะเล่าให้อ่านกัน
 
คิดอยู่นานว่าจะเล่าดีหรือไม่
 
ใครยังไม่รู้ตอนแรกและตอนที่ 2 ตามอ่านได้ที่นี่

HOW LUCKY YOU ARE ? 1

 
            ความเดิมตอนที่แล้ว ที่บ้านได้รับเกียรติให้เป็น NPL (หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้)

หลังจากนั้น ยังมีปัญหาเรื่องเจ้าหนี้ค่าวัตถุดิบและค่าของจะไม่ส่งสินค้าให้

เนื่องจากระหว่างที่แม่และสามีอยู่โรงพยาบาลและพักฟื้นอยู่ที่บ้านนั้น

สภาพคล่องที่เดิมฝืดอยู่แล้วคราวนี้ถึงกับหยุดไปเลย หากไม่มีวัตถุดิบเข้าเพื่อมาผลิตสินค้า
 
สภาพจะยิ่งแย่ไปใหญ่ เพรียวในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการเงินของที่บ้านและบริษัท

จึงตัดสินใจโทรหาเจ้าหนี้แต่ละราย (ไม่ใช่น้อยนะนั่น) เรียกหมด ตั้งแต่ อากู๋ อาเจ็ก อาอี๊ อาโกว

คุณพี่ คุณน้า คุณป้า คุณอา คุณลุง ว่าตอนนี้บริษัทเกิดภาวะเช่นนี้จะขอแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ

ตามที่พอจะทำได้ในขณะนั้น ซึ่งส่วนใหญ่ยอมรับในข้อเสนอที่เพรียวแจ้งไป

แต่มีบ้างที่ไม่ยอมและฟ้องร้องเป็นคดีความกันไป เคยถูกเจ้าหนี้มายืนชี้หน้าด่าถึงโต๊ะทำงานก็มี

หรือถึงขั้นเอารถมาขวางไม่ให้เข้าบ้านก็เคย เฉพาะภายในปีที่ทั้งสองเกิดอุบัติเหตุ

เพรียวเริ่มต้นผ่อนชำระหนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าวัตถุดิบได้หมด คิดเป็น 30% ของยอดหนี้ทั้งหมด
 
ไม่รวมหนี้ที่มีกับธนาคาร    ส่วนหนี้ที่เหลือ เพรียวผ่อนจ่ายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันเหลือแค่ไม่กี่เจ้า
 
นอกนั้นเข้าสู่สภาวะปกติ   คือจ่ายได้ตามกำหนดเวลา
 
 

                         ปีต่อมาธนาคารได้ส่งเจ้าหน้าที่มาเจรจา เนื่องจากหลังจากเป็น NPL
 
บริษัทไม่อยู่ในสภาพที่จะชำระหนี้ให้กับธนาคารได้       และได้ตั้งแผนกใหม่ขึ้นมา
 
เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่มีปัญหาลักษณะเดียวกันกับบริษัท    แต่เนื่องจากอยู่ในภาวะที่เรียกว่า
 
"ฟางเส้นสุดท้าย" ใครยื่นข้อเสนออะไรมาจึงรับไว้โดยคิดว่านั้นคือทางออกที่ดีที่สุด
 
กลางปี 50 จึงได้มีการ"โอนทรัพย์ชำระหนี้"ขึ้น  โดยเงื่อนไขสัญญามีอยู่ว่า
 
ให้ทางบริษัทโอนทรัพย์สินที่จำนองไว้กับธนาคารทั้งหมดให้กับธนาคาร

หลังจากนั้นจึงให้บริษัทเช่าโรงงาน(ที่โอนให้ธนาคารไปแล้ว) เพื่อดำเนินธุรกิจต่อไปได้

กับทั้งธนาคารจะให้เงินทุนหวุนเวียนเพื่อซื้อวัตถุดิบ กับบริษัทจำนวนหนึ่ง   นั้นคือสิ่งที่ธนาคารบอก
 
แต่ในความเป็นจริงเงินจำนวนดังกล่าวถูกใช้ไปเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการโอนทรัพย์เกือบทั้งหมด

ทรัพย์สินที่ว่ารวมถึงบ้านที่เพรียวอยู่ในปัจจุบันด้วย
 
 
 
                     ดังนั้นเท่ากับว่าเพรียวไม่ได้อะไรเลย    แล้วยังเสียทุกสิ่งทุกอย่างให้กับธนาคารจนหมด
 
ค่าเช่าที่เดิมตกลงกันไว้ว่าจะจ่ายทุกเดือนกลับกลายเป็นว่าไม่ได้จ่ายเลย
 
หลังจากนั้น 1 ปี ธนาคารจึงมีหมายศาลฟ้องร้องมา ว่าบริษัทไม่ทำตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับธนาคาร
 
อย่าว่าแต่จะจ่ายค่าเช่าให้ธนาคารเลย  เงินเดือนลูกน้องยังค้างจ่ายอยู่ 3 เดือน
 
โดยตกลงกันไว้ว่าของเก่าพักไว้ก่อน  ถ้าบริษัทยืนได้อีกครั้งจะจ่ายให้ 
 
ส่วนของใหม่ออกได้ตามกำหนด ทำให้พนักงานที่เดิมมีอยู่ 1,000 กว่าคน